ตำนานเกย์ในคริสต์ศาสนา

posted on 20 Aug 2008 17:07 by blackrain  in history

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ มีการกล่าวถึงการสมสู่กับคนเพศเดียวกันในทำนองเป็นความผิดบาปที่ร้ายแรงอยู่หลายตอน และนี่เองที่ฝังแน่นอยู่ในความคิดของฝรั่งตะวันตกที่นับถือศาสนาคริสต์ เป็นสำนึกทางศีลธรรมและกฎหมายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ในตำนานการสร้างโลก หรือเยเนซิส การประพฤติตนเป็นเกย์เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าลงโทษมนุษย์อย่างรุนแรงถึงขนาดล้างบ้านล้างเมือง ดังจะเห็นได้จากพระคัมภีร์ซึ่งได้กล่าวถึงการที่พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญแผ่นดิน ชาวเมือง และบรรดาสิ่งที่งอกขึ้นมาจากแผ่นดินให้พินาศย่อยยับเสียทั้งหมด ว่าเป็นเพราะชาวเมืองนั้นนิยมประพฤติตนเป็นเกย์ คือสมสู่กันในระหว่างคนเพศเดียวกันทั้งเมือง เมืองที่ว่านี้คือเมืองซะโดม และอะโมรา ซึ่งตามตำนานเล่าว่า พระผู้เป็นเจ้าได้ส่งทูตสวรรค์สององค์ไปตรวจดูความประพฤติของคนเมืองนี้ เมื่อทูตสวรรค์ไปถึงและได้พำนักอยู่ในบ้านของโลต (หลานของอับราฮามซึ่งเป็นสาวกคนสำคัญของพระยะโฮวา) ปรากฏว่าคืนนั้นเองชาวเมืองซะโดมผู้นิยมร่วมเพศกับคนเพศเดียวกันทั้งคนหนุ่มคนแก่ พากันยกขบวนมาล้อมบ้านของโลต และเรียกให้โลตมอบทูตสวรรค์ทั้งสององค์ให้แก่พวกตน เพื่อพวกตนจะได้สมสู่กับทูตทั้งสองนั้นตามประเพณีที่ยึดถือกันมานานว่า ชาวเมืองซะโดมมีสิทธิ์สมสู่กับคนเดินทางที่พำนักในเมืองตน แม้ว่าโลตผู้เป็นเจ้าของบ้านจะออกไปเจรจาทัดทาน ขอให้ปล่อยและละเว้นทูตสวรรค์ทั้งสอง โดยจะยอมส่งตัวลูกสาวสองคนของตนให้คนเหล่านั้นแทน ชาวเมืองซะโดมก็ไม่ยอมและพยายามจะจับตัวโลตไปทำปู้ยี้ปู้ยำเสียด้วย ทำเอาทูตสวรรค์ต้องยื่นมือเข้าช่วย บันดาลให้โลตหนีรอดมาได้แล้วสั่งให้โลตพาลูกเมียหนีออกไปจากเมืองนั้นเสีย ก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าจะทำลายเมืองเสีย ก่อนหน้าที่พระผู้เป็นเจ้าจะทำลายเมือง ซะโดมและอะโมราเพราะเหตุที่ชาวเมืองนิยมสมสู่กับคนเพศเดียวกันนั้น อับราฮามเคยทูลทัดทานและขอชีวิตชาวเมืองไว้ โดยขอให้พระผู้เป็นเจ้าเห็นแก่คนที่บริสุทธิ์ไม่ได้ประพฤติเช่นนั้นเหมือนคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งพระยะโฮวาก็ทางให้สัญญาว่า ถ้าหากมีคนชอบธรรมที่ไม่ประพฤติตนเป็นคนลามกในสายตาของพระองค์เพียงสิบคน พระองค์ก็จะทรงเห็นแก่คนบริสุทธิ์สิบคนนั้น และจะไม่ทำลายเมืองนั้น แต่ในที่สุด ปรากฏว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญเมืองนั้นจนไม่เหลือซาก ก็เป็นเครื่องแสดงว่าคนเมืองนั้นเป็นคนลามากในสายตาของพระองค์ ชาวเมืองที่เป็นคนลามกนั้นมีมากเสียจนเรียกได้ว่าหมดทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นเมืองเกย์ คือมีที่ไม่เป็นเกย์นับได้ถึงสิบนั่นเอง

โดยที่การสมสู่กับคนเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าถือว่าเป็นสิ่งลามกอย่างยิ่ง พระองค์ได้ระวางโทษผู้ที่ประพฤติเช่นนั้น ไว้อย่างรุนแรง คือมีโทษถึงตาย พระองค์ได้ทรงตรัสสั่งให้โมเสสประกาศแก่คนทั้งหลายว่า การประพฤติเช่นนั้นทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน และจะเป็นเหตุให้แผ่นดินนั้นต้องโทษ และทำให้เกิดธรณีสูบ แผ่นดินไหวได้ ตามความเชื่อของชาวคริสต์

ชาวคริสต์จะมีชัยชนะในการสงครามได้เพราะพระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปกับพวกเขาและช่วยให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นไพร่พลในกองทัพจะกระทำการใด ๆ ให้เป็นที่ขัดเคืองแก่พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ หากผู้ใดกระทำก็อาจเป็นเหตุทำให้พระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปเสียจากพวกเขา และทำให้ต้องพ่ายแพ้แก่ศัตรู ดังนั้นใครก็ตามที่สมสู่กับคนเพศเดียวกันต้องมีโทษถึงตาย และถ้าเกิดมีใครถูกกระทำเช่นนั้นโดยมิได้ยินยอมพร้อมใจแม้ไม่ต้องถูกลงโทษถึงตาย แต่ก็ถูกถือว่าเป็นคนมีราคี หรือเป็นตัวซวยของกองทัพต้องออกจากค่ายนั้นไปทำพิธีล้างราคีนั้นออกเสียก่อน จึงจะกลับเข้ามาอยู่ร่วมกับผู้อื่นในกองทัพได้ต่อไป

จะเห็นได้ว่าจารึกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ อันเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือจิตใจและความเชื่อของชาวคริสต์มาเป็นเวลานับพันปีนั้น ถือว่าการสมสู่กับคนเพศเดียวกันนั้น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ใครทำใครรับผิดเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่หากเกิดขึ้นแล้ว สังคมนั้น บ้านเมืองนั้นต้องรับผิดชอบด้วย ถูกลงโทษด้วยถึงขนาดอาจทำให้บ้านเมืองต้องพินาศล่มจม หรือทำให้กองทัพต้องพ่ายแพ้ศัตรูได้ ดังนั้นการกระทำเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญของบ้านเมืองเลยทีเดียว

ครั้นจักรวรรติโรมันได้รับเอาคริสตศาสนามาเป็นศาสนาประจำจักวรรดิแล้ว การสมสู่กับคนเพศเดียวกันจึงืถอเป้นความผิดอาญาที่ร้ายแรง ถึงขนาดผู้กระทำต้องถูกลงโทษด้วยการถูกเผาไฟทั้งเป็น จักรพรรดิจัสติเนียนผู้มีพระบรมราชโองการให้จัดทำประมวลกฎหมายของจักรวรรดิโรมันขึ้น ในราวคริสตศตวรรษที่ 6 ได้ทรงอธิบายถึงโทษแห่งความผิดฐานนี้ไว้อย่างละเอียดว่า “โดยที่ชนบางเหล่า ผู้ถูกยุยงด้วยบาปกิเลส ได้ทอดตนลงสู่รามวิสัย ทั้งได้บังอาจกระทำอาชญากรรมต่อธรรมชาติ เราจึงจะบังคับชนเหล่านั้นให้มีความเกรงกลัวในองค์พระผู้เป็นเจ้าและคำพิพากษาของพระองค์ในอนาคต ให้ละเสียจากทรามวิสัยอันชั่วจัญไรและอัปมงคลเหล่านั้นเสีย มิให้กรรมอันชนเหล่านั้นได้ล่วงสู่บาปชักนำพระอาญาแห่งพระผู้เป็นเจ้าอันทรงเดชา หรือเป็นทางสู่เหตุวิบัติฉิบหายแก่พระนครและชาวอาณาประชาราษฎร์ …อาชญากรรมต่อธรรมชาติเช่นนั้นจักต้องรับผิดต่อ อัคคีภัย แผ่นดินไหว ธรณีสูบ โรคห่า ไข้พิษ… เพื่อขจัดรังควาญแห่งบาป เช่นนั้น และเพื่อรักษามนุษย์ไว้มิให้สูญเสียวิญญาณแห่งตน ดังนั้นเราต้องการให้ชนเหล่านี้ละเสียจากการทอดตนลงสู่การอันไร้ศรัทธาแห่งพระธรรมเช่นนั้นเสีย…” (Novellae Ne 77)

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภายใต้อิทธิพลของคริสตศาสนา และกฎหมายโรมันอันเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลเหนือความสำนึกทางศีลธรรม กฎหมาย และระบอบการเมืองการปกครองของยุโรปติดต่อกันมาเกือบสองพันปี ชาวยุโรปและชาติที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างมีบทบัญญัติลงโทษการสมสู่กับคนเพศเดียวกันอย่างรุนแรงถึงชีวิต เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และแม้อังกฤษ และบางมลรัฐในสหรัฐอเมริกาจะไม่ถือว่าการสมสู่กับคนเพศเดียวกัน เป็นความผิดอาญาร้ายแรงอีกต่อไป แต่ในประเทศอื่น ๆ จำนวนมากและในความสำนึกของคนเหล่านั้น ส่วนใหญ่ก้ยังถือว่าเป็นความผิดบาปที่ร้ายแรงอยู่นั่นเอง

 

เครดิต : บทความ "ตำนานรักร่วมเพศ" ของ กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เสริมอีกนิด

ในคัมภีร์กุรอานกล่าวถึงเมืองซะโดม (ซาโดม หรือ ซาดอมก็ได้) เมื่อโลตออกมาจากเมืองปลอดภัยเอาไว้ว่า
"ในที่สุด การระเบิดอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นแก่พวกเขาในยามเช้า เราได้พลิกเมืองนั้นคว่ำลงและเราได้กระหน่ำพวกเขาด้วยหินเผาที่ตกมาดุจห่าฝน”
คัมภีร์ไบเบิลเองก็กล่าวว่าเมื่ออับราฮามได้ทราบข่าวและออกจากเมืองเฮบโรนไปดูบริเวณดังกล่าว ท่านก็ได้กล่าวว่า “แผ่นดินลุกเป็นควันพุ่งเหมือนควันเตาไฟใหญ่”

มีลูกไฟตก แผ่นดินลุกเป็นไฟ โดนธรณีสูบ ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ

http://img84.imageshack.us/img84/654/800pxjohnmartinsodomandws3.jpg
ภาพหายนะที่เกิดกับเมืองซะโดม และอะโมรา

http://img129.imageshack.us/img129/1733/sodomgomorrahem7.jpg
ครอบครัวของโลตที่หนีออกมาได้

คัมภีร์สำคัญทางศาสนาเขียนเอาไว้ชัดเจนแบบนี้ จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ผู้คนที่นับถือศาสนาจะรังเกียจพวกรักร่วมเพศ และถึงขั้น ลงโทษโดยการ "ฆ่าพวกรักร่วมเพศ"

ในปัจจุบัน ก็ยังมีพวกที่คลั่งศาสนาและรังเกียจต่อต้านพวกรักร่วมเพศให้ความเห็นว่า
"โรคเอดส์" เป็นบทลงโทษที่พระเจ้าประทานให้พวกรักร่วมเพศ

แต่หากพูดกันตามแบบวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ ก็ต้องบอกว่า โรคเอดส์ระบาดเริ่มแรกไม่ได้เริ่มที่พวกรักร่วมเพศ แต่เป็นพวกมีความสัมพันธ์ชายหญิงธรรมดาต่างหาก
แล้วพวกรักร่วมเพศก็แค่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นเอดส์สูง ถ้าไม่ป้องกันอย่างถูกวิธี (แต่จริงๆ ไม่ว่าเพศไหนก็เสี่ยงทั้งนั้นล่ะนะ)

ข่าวดีสำหรับผู้ชื่นชอบวายในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เจอจม.รักซามูไรอีกฉบับแล้วค่ะ >[]< /ฮูเร่
(บทความนี้อาจทำให้เหล่านักเล่นเกมส์สลดอีกก็ได้)
แต่ก็ยังเหลือประวัติรักร่วมเพศในไทย อยากลงเหมือนกัน =____=!! เอาอะไรก่อนดีน้อ....

edit @ 20 Aug 2008 19:28:46 by blackrain

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Yes! Yes! เห็นด้วย Hot! Hot!
ผมมองว่า การที่คริสต์แอนตี้เกย์ ในแง่ที่ว่า ถ้าแค่รักกันเฉยๆยังไม่ yyy กัน ก็ยังไม่บาป แต่ถ้าทะลวงกันแล้วคงบาปเต็มๆ

แต่เรื่องของเรื่องเถอะ ถ้าเรื่องแอนตี้เกย์มีไว้ล้มล้างพวกความเชื่อของกรีก ที่เทพเป็นไบทั้งนั้น มันก็น่าคิดนะ -__,-!!!!

สรุป อยู่ญี่ปุ่นดีกว่า ไม่มีศาสนาประจำชาติ เพราะปนกันมั่วไปหมด confused smile
big smile

#3 By ARuN LiZ on 2008-08-20 20:37

น่าสนใจมากค่ะ ขออนุญาตแอดบล็อคนะค๊า

(อยากอ่านจม.รักซามูไรค่ะ)

#4 By Aijou~ on 2008-08-20 20:39

ลงมาเลยครับ อันไหนก็ได้ อ่านได้หมดครับ (+ อยากอ่านหมดเลยด้วย confused smile)

#5 By Dawnbringerz on 2008-08-20 20:50

สงสัยจะมีทุกศาสนา
เห็นอาจารย์เล่าให้ฟังว่า
ภาพลายฝาผนังในวัดไทย
ก็มีรูปผู้ชาย....กันอ่ะ

ใครไปวัดอย่าลืมสังเกต..

#6 By Snowmist on 2008-08-20 21:30

cry จะอะไรก็ตามอ่านทั้งนั้นค้าบบบบ
=[]=
มันเริ่มผิด เพราะไอ้ความมั่วนี่หละ(โดนถีบ)
ก็ถ้าไม่ไปหื่นใส่เค้าอย่างนั้น มันก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ใช่ม่า

อยากได้ประวัติของโสเครติส กับ อัลซิไบอัสอ่ะค่ะ
อ่าเรื่องพันหนึ่งราตรีแล้ว ประทับใจ
แหะๆๆๆsad smile

#8 By หมาแว่น on 2008-08-20 21:44

ทำไมพอใช้คำว่า ลามก แทน อ่านแล้วดูน่ารักขึ้นมาซะงั้นก็ไม่รู้สิ ห้าห้าห


ตามที่เข้าใจ ศาสนาของยิวก็ยึดหลักคำสอนตามโมเสกด้วย งี้เกย์ก็ผิดในยิวด้วยหรือเปล่าคะ?

#9 By tapum on 2008-08-20 21:59

ถูกใจ ย่อหน้าที่ 2


ถูกใจ ตายยกบ้าน


5 5 5

#10 By herenoi on 2008-08-20 22:20

แวะมาแอตบล็อกแบล็คซัง ^^//

เนื้อหายังไม่ได้อ่าน /meโดนเตะ

ไว้ว่างๆจะเข้ามาตามอ่านน้า >_<

ปล.เล็ตมูนเองค่ะ

#11 By *~Garnet Wing~* on 2008-08-21 05:02

เรื่องเมืองซาโดมก้อเหมือนเคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ
(มีในการ์ตูนเรื่องVassa Lordก้อกล่าวถึงเหมือนกันนะเออ)

ข่าวดีสำหรับผู้ชื่นชอบวายในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เจอจม.รักซามูไรอีกฉบับแล้วค่ะ >[]< /ฮูเร่
(บทความนี้อาจทำให้เหล่านักเล่นเกมส์สลดอีกก็ได้)
แต่ก็ยังเหลือประวัติรักร่วมเพศในไทย อยากลงเหมือนกัน =____=!! เอาอะไรก่อนดีน้อ.... --->อันไหนก้ออ่านทั้งนั้นแหละค่าcry
Hot!

#13 By SANNEY★ on 2008-08-21 14:39

ทำไมถึงต้องปิดกั้นเสรีภาพกันขนาดนี้ด้วย งง
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ การรักเพศเดียวกันมันผิดตรงไหนเนี่ย

#14 By SANNEY★ on 2008-08-21 14:46

ข้อมูลแน่นจริง ๆ เลยนะครับเนี่ย
ครอบครัวของโลตรอดหวุดหวิดเลยแฮะ confused smile

ขออนุญาตแอดนะครับพ้ม

#15 By Buffo on 2008-08-21 15:21

บทความน่ากลัวขึ้นทุกวันนะค่ะ sad smile
เขียนอีกนะค่ะชอบอ่าน 555+

#16 By Natzagear on 2008-08-21 15:47

เออ ก็ฮาดีเหมือนกันเนอะ

พ่อที่ยอมให้ลูกสาวตัวเองไปถูกคนอื่นอึ๊บแทนคนแปลกหน้าที่เข้ามาขอพักที่บ้าน (รู้สึกว่าตอนที่ชาวโซดอมมาล้อมบ้านโลต โลตจะยังไม่รู้ว่าคนแปลกหน้าที่ว่าเป็นฑูตสวรรค์)ดันได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ถ้าเราเป็นลูกของโลต เราคงถีบพ่อตัวเองหน้าแหกแล้วจับโยนไปให้พวกโซดอมข้างนอกนั่นอัดตูดแทนแล้วละ

ศาสนาคริสต์นี่มีตรรกะแปลก ๆ แฮะ ผู้ชายอึ๊บกันเป็นบาป แต่ลูกมอมเหล้าให้พ่ออึ๊บกลับไม่บาป

#17 By K9 on 2008-08-21 18:12

เขาส่งลูกสาวเพราะผู้หญิงเซ็งอยากมีสามีรึเปล่า5555
เล่นเอากันเองไม่เหลือให้เลย

#18 By Tako on 2008-08-21 18:26

ประวัติรักร่วมเพศไทย ที่จับคุยหะฐาน เล่นไปมากับชาวละครใน แล้วโดนทุบด้วยท่อนจันทน์รึเปล่า??? เอาลงด่วน... ต้นฉบับหายไปแล้ว

#19 By on 2008-08-21 18:37

เอร๊ยยยย~~~~ อ่านตำนานนี้มาหลายรอบ เพิ่งเจอเรื่องจะรุมโทรมฑูตสวรรค์ก็ที่นี่เป็นที่แรกนี่แหละค่ะ wink

แต่ว่า ฑูตสวรรค์ เป็นกระเทย นะค้า รับประกันได้~~~open-mounthed smile

#20 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2008-08-21 18:40

ป่านนี้มิอาเพศกันหมดแล้วเหรอคะเนี่ย...
ก็คนที่เป็นเกย์เริ่มเปิดเผยตัวแจ่มแจ้งแล้วนี่นา=[]=!!

อา...บาปหนอบาป...= ="

#21 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-08-21 20:01

เรื่องมีมส์ฆ่าเกย์ก็ไหลจากยูดาย ไปคริสต์ สู่อิสลามอย่างนี้เองนอ Hot!

#22 By Repentant on 2008-08-21 20:10

สมัยยุคกลางพวกที่รักร่วมเพศก็โดนตัดสินว่าเป็นพ่อมดแม่มด แล้วถูกเผาทั้งเป็นเหมือนกันค่ะ

โอ้วรักร่วมเพศในไทย เหอะๆๆ เมื่อก่อนใครเป็นเค้าบอกว่าโดนประหารอย่างเดียวเลยง่ะ น่าสงสารเนอะ

แอบๆมีข้อมูลอยู่เหมือนกันค่ะ แต่จะรออ่านนะคะ ^ ^
เราไม่เข้าใจเลยว่าในคัมภีร์ของศาสนาคริสต์บอกแต่ว่า "รักร่วมเพศเป็นเรื่องผิดบาปร้ายแรง" แต่ไม่เห็นอธิบายเลยว่ามันเป็นความผิดยังไง เราเลยรับไม่ค่อยได้ที่จาบอกว่าใครผิดโดยที่ไม่บอกเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงผิด เพราะฉะนั้น...เลยพูดกลายๆได้ว่าเราไม่ค่อยยอมรับศาสนาที่บอกให้เชื่อแบบไม่มีเหตุผลเท่าไหร่นัก เหอๆๆconfused smile

#24 By imai283 on 2008-08-21 21:02

เท่าที่ทราบมา

ตอนครอบครัวโลตหนีออกมา ทูตสวรรค์เตือนว่า อย่าหันกลับไปมองเมืองนั้น

แต่ลูกสาวคนหนึ่งหันกลับไปมอง เห็นภาพอย่างที่บรรยายมานั่นละ แล้วตัวเองก็กลายเป็นเกลือ

บริเวณเมืองโซดม กมลา กลายเป็น เดธซี ในปัจจุบัน

โคลนพอกหน้า เดธซี แพงบาดโซ้ป.....

#25 By Dhammasarokikku on 2008-08-21 21:34

มันก็เลยเป็นที่มาของคำว่า
"Sodomy"

ปล. เอ่อ ผมอยากขอเสนอให้ใช้คำว่า "รักเพศเดียวกัน" แทนรักร่วมเพศน่ะครับ ตอนนี้เริ่มีการถกเรื่องการใช้คำว่ารักร่วมเพศ เพราะความหมายมันกำกวม ๑.คือรักคนที่มีเพศเดียวกับตน ๒. รักที่จะร่วมเพศ (มีเพศสัมพันธ์) ว่าง่าย ๆ คือเจอหน้ากันก็จะล่อกันเลย ความหมายที่สองทำให้เกิดมายาคติที่ว่า เกย์เป็นพวกหื่นบ้าเซ็กส์น่ะครับ ก็เลยขอรณรงค์ให้ใช้ "รักเพศเดียวกัน" แทน แรก ๆ คงกระดากหน่อย แต่เดี๋ยวก็ชินเอง

#26 By pisces on 2008-08-21 22:02

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นค่ะ ชอบฟังความเห็นของคนอื่น ได้ถกกันแล้วสนุกดี ^ ^

กรรมกรไซเบอร์
สำหรับคริสต์แค่คิดก็บาปนะคะ อย่างความรักผิดศีลธรรมระหว่างพี่น้องก็ถือว่าบาปค่ะ ดังนั้นคิดว่ารักร่วมเพศก็น่าจะเข้าข่ายเดียวกัน แนวคิดศาสนาส่วนใหญ่ก็สอนทำลายความเชื่อเก่าปลูกฝังความเชื่อใหม่อยู่แล้วล่ะค่ะ ญี่ปุ่นเหมือนจะไม่มีศาสนาชัดเจน แต่ถ้าเห็นใครแปลกแยกก็ไม่ยอมให้เข้ากลุ่มง่ายๆ นะคะ ไทยนี่แหละดีสุดแล้ว

Snowmist
รูปในวัด ถ้าเป็นวัดพระแก้ว เห็นมีรูปลิงแอบอู้ทำสงครามไป 3P กันค่ะ แอบไปสูบบ้องไม้ไผ่ก็มี ถ้ามีลายที่ว่า......คงไม่แปลกล่ะมั้ง ^ ^!! แต่จริงๆ ก็เป็นฝีมือกับมุขของช่างสมัยนี้นะคะ ถือเป็นสีสัน

หมาแว่น
โสเครติสไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า จะลองคุ้ยๆ ดูค่ะ

tapum
จริงๆ ยิว คริสต์ อิสลามมีส่วนที่เหมือนกันหลายอย่าง แต่แต่ละฝ่ายไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน ส่วนความเชื่อเกี่ยวกับรักร่วมเพศนี่ไม่แน่ใจค่ะ ^ ^!! ถ้าใครรู้วานบอกด้วยนะคะ

「アカリ*」 : 曇天の道を
ถึงมีกลุ่มที่บอกว่าโรคเอดส์เป็นโรคที่พระเจ้าประทานมาเพื่อลงโทษมนุษย์ไงคะ

maya[แต่อยากจะบอกว่า sakura บานแล้ว ]
ยุคกลางเป็นยุคแห่งความซาดิสต์ แค่เทพนิยายทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็เกินทนแล้ว... รักร่วมเพศในไทยที่ได้ข้อมูลเป็นแค่ข้อมูลภาพกว้างๆ ในอดีตค่ะ ดังนั้นไม่ค่อยมีโทษประหาร

imai283
รักร่วมเพศผิดตรงไหน คำตอบคือ ผิดที่เป็นคนส่วนน้อย คนเรามักจะมองคนที่โดดเด่นผิดคนอื่นว่า "ประหลาด" ดังนั้นจะใส่ความของประหลาดว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายก็ไม่แปลก
มันเป็นเรื่องของสัญชาติญาณมนุษย์ที่มองคนที่ประหลาดกว่าคนอื่นในแง่ลบค่ะ

Dhammasarokikku
ที่อ่านเจอเห็นว่าภรรยาโลตเองเป็นผู้มองกลับไปค่ะ แต่จากตำราต่างกันเนื้อหาก็ไปกันคนละทิศได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตำราไหนถูก
เดธซีไม่มีสิ่งมีชีวิต ดูน่ากลัวไปด้วยกลิ่นอายความตาย แต่เต็มไปด้วยแร่ธาตุนะ = = b

จริงๆ แค่เรื่องโลกกลม และหมุนรอบดวงอาทิตย์ก็ผิดหลักคำสอนของคริสต์แล้ว =_____=!!!

#27 By blackrain on 2008-08-21 22:11

pisces
ได้ค่ะ ^ ^
จะแก้จากงานชิ้นหน้าเป็นต้นไปที่เขียนเองนะคะ อันนี้ไปก็อปชาวบ้านมา ต้องคงทั้งดุ้นของอาจารย์ไว้

#28 By blackrain on 2008-08-21 22:15

อืม แต่เราไม่ใช่เกย์ ง่ะ

แต่ต่างประเทศก็เรียกรวมๆว่าเกย์


เอาเป็นว่า เป็นเกย์ ที่เป็นผู้หญิงละกัน
มันเลือกที่จะเป็นไม่ได้หนิเนอะ
ไม่ใช่เป็นหวัด ไม่ได้เป็นเพราะแฟชั่น

แค่ไม่ได้รักผู้ชายแบบคนรัก เท่านั้นเอง


แต่เราก็รักคนเป็นนะ
แล้วทำไมพระเจ้าต้องบอกว่าเราผิดด้วย
ความรักไม่เห็นมันจะผิดเลย angry smile

#29 By ฉันคือรั้ว on 2008-08-21 22:33

แต่เรากลับเห็นว่ามันน่าโดนลงโทษเพราะคิดแต่จะเอากันทำมันอย่างเดียว ไม่ไปทำหน้าที่การงานอื่นให้บ้านเมืองเจริญมากกว่านะ แบบว่ามัวเมาในกิเลสไง ถ้างี้จะรักเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็โดนลงโทษได้เหมือนกันละว้า

แต่ในพระคัมภีร์ช่วงที่เรียนก็บอกไว้ว่าพระเจ้าสั่งให้มนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์ เพราะงั้นพวกรักเพศเดียวกัน (ที่ไม่มีผลผลิตให้โลกตามคำสั่ง) เลยโดนลงโทษละมั้ง

#30 By devil เม็ดถั่ว on 2008-08-21 22:38

เอ่อ
คือ คาดว่า จขบ ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ใช่ไหมครับ
ถ้างั้นอ่านเองน่าจะดีกว่านะครับ
อ่าน #17 แล้ว รู้สึกไม่สบายใจเลย -*-

แต่สรุปได้ว่า คริสต์(คาทอลิก)สนับสนุนให้คนยอมรับในความเป็นเกย์นะครับ แต่ได้ไม่ได้สนับสนุนให้เป็นนะครับ
หากไม่ได้เป็นจริงๆ

ศาสนาคริสต์ไม่สนับสนุน ไม่ต่อต้าน และเห็นใจเพศที่สาม
คำพูดนี้เป็นของพระสันตปาปาจอห์นปอลที่ 2 ครับ
คือความรักของเพศที่สามให้เป็นความรักที่บริสุทธิ์และไม่ผิดบาปใดๆ
แต่ จะบาปก็ต่อเมื่อ xyz กันครับ เพราะ "ไม่ผ่านศีลสมรส" ซึ่งชายหญิง xyz กันก็ผิดถ้าไม่ผ่านศีลสมรสครับ

แต่เกย์จะแต่งงานได้ไง ใช่มั้ยครับ ถึงได้บอกว่าเห็นใจไง
คือให้การดูแลเป็นพิเศษกว่าชายหญิงทั่วไป

หมดไปหนึ่งประเด็น
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องเมืองนี้ อ่านในนี้จับแพะชนแกะมากครับ -*-
เมืองๆนี้ โดนทำลายเพราะ "ไม่ต้อนรับ" แขกครับ และเมืองๆนี้ มีความผิดบาปใหญ่หลวงในเรื่องอุลามกไงครับ
แต่ไหงมาบอกว่าผิดเพราะรักร่วมเพศ มั่วมาก
เรื่องที่ว่าไม่ต้อนรับแขกหน่ะ กฏคือในทะเลทรายจะทำแบบนี้ไม่ได้ครับ แม้แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีกฏนี้ไว้อยู่ เพราะในทะเลทรายเวลาร้อนจะร้อนมาก เวลาหนาวจะหนาวสุดๆ

พอจะทราบแล้วใช่มั้ยครับ
จำไว้เลยว่า ศาสนาคริสต์ ให้ความรักได้ทุึกเพศ "ไม่บาป"
ศาสนาคริสต์ ไม่อนุญาติให้ xyz กันหากยังไม่ผ่านการแต่งงาน "ในทุกเพศ ไม่เลือกปฏิบัติ"
แต่..ศาสนาคริสต์ ไม่สามารถให้ ชายแต่งงานกับชายได้
ดังนั้น เกย์ในศาสนาคริสต์ สามารถรักกันได้แต่ห้ามมีอะไรกัน

เคลียร์ยัง

#31 By JaBoNT on 2008-08-21 22:40

เอามาเพิ่มครับ
http://www.newmana.com/yabb/index.php?topic=1022.0

Hot! Hot! Hot!
อันนี้อ่านให้หมดนะครับ จขบ อย่าเปิดผ่านๆ

http://www.newmana.com/yabb/index.php?board=2;action=display;threadid=422


Hot! Hot! Hot! Hot!

#32 By JaBoNT on 2008-08-21 22:43

คาธอลิกเรียกว่าเมือง "โสดม" ครับ

#33 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-08-21 23:04

แต่สรุปได้ว่า คริสต์(คาทอลิก)สนับสนุนให้คนยอมรับในความเป็นเกย์นะครับ แต่ได้ไม่ได้สนับสนุนให้เป็นนะครับหากไม่ได้เป็นจริงๆ

--> ถ้าไมได้เป็น ไม่อยากเป็น ต่อให้เอาผู้ชายมาแก้ผ้าให้ดูตรงหน้ามันก็ไม่มีทางเป็นหรอกครับ

ศาสนาคริสต์ไม่สนับสนุน ไม่ต่อต้าน และเห็นใจเพศที่สาม
คำพูดนี้เป็นของพระสันตปาปาจอห์นปอลที่ 2 ครับ
คือความรักของเพศที่สามให้เป็นความรักที่บริสุทธิ์และไม่ผิดบาปใดๆ
แต่ จะบาปก็ต่อเมื่อ xyz กันครับ เพราะ "ไม่ผ่านศีลสมรส" ซึ่งชายหญิง xyz กันก็ผิดถ้าไม่ผ่านศีลสมรสครับ

--> Why? ถ้าคนเราเขารักกันแล้วคุณจะไปยุ่งเรื่องในห้องนอนเขา จินตนาการว่าเขาทำอะไรกันบ้างทามม๊าย? ถ้าเขารักเดียวใจเดียวต่อกันที่ต่างจากคุ่ชายหญิงก็แค่ทางเข้าที่จอดรถไม่ใช่รึครับ?

แต่เกย์จะแต่งงานได้ไง ใช่มั้ยครับ ถึงได้บอกว่าเห็นใจไง
คือให้การดูแลเป็นพิเศษกว่าชายหญิงทั่วไป

--> ก็แล้วทำไมไม่ให้แต่งงานเล่า? นิกายแองกลิกัน แคทอลิกบางโบสถ์ก็มีให้แต่งได้นะ การบอกว่าให้รักแบบไหนก็ได้ไม่บาป แต่กลับห้ามเซกส์ที่เป็นส่วนสำคัญของความรักเนี่ย มันปากว่าตาขยิบอยู่ไม่หยอกนา

หมดไปหนึ่งประเด็น
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องเมืองนี้ อ่านในนี้จับแพะชนแกะมากครับ -*-
เมืองๆนี้ โดนทำลายเพราะ "ไม่ต้อนรับ" แขกครับ และเมืองๆนี้ มีความผิดบาปใหญ่หลวงในเรื่องอุลามกไงครับ

พระเจ้ามาบอกกับอับราฮัมว่าจะทำลายโซโดมเพราะเรื่อง"บาป"อยู่แล้วนะครับ ไม่ได้พูดว่าคนเมืองนี้หน้าบึ้งไม่รับแขกสักหน่อย

แต่ไหงมาบอกว่าผิดเพราะรักร่วมเพศ มั่วมาก
เรื่องที่ว่าไม่ต้อนรับแขกหน่ะ กฏคือในทะเลทรายจะทำแบบนี้ไม่ได้ครับ แม้แต่ปัจจุบันก็ยังคงมีกฏนี้ไว้อยู่ เพราะในทะเลทรายเวลาร้อนจะร้อนมาก เวลาหนาวจะหนาวสุดๆ

--> มันเป็นการแปลแบบ Liberal นะครับ ถ้า Conservative Christian เขาก็แปลอีกแบบหนึ่ง ลองไปเถียงดูเองแล้วกันเพราะไทยเราก็รับคำแปลนี้มาจากคริสต์สาย Conservative อีกทีหนึ่ง

คนคิดคำว่า Sodomite คือคริสต์เองนะครับ มันเป็นเรื่องของมาตรฐานการยอมรับที่เปลี่ยนไป ก็ต้องมองคัมภีร์ในแง่ที่เข้ากับสังคมปััจจุบันให้ได้มากขึ้นต่างหาก

ถึงจะแปลยังไงก็ประหลาดอยู่ดีนั่นแหละครับ ถ้ามีคนดีผู้บริสุทธิ์สิบคนจะละเว้น สงสัยเมืองจะไม่มีทารก เด็กอยู่เลยละมั้ง

แล้วความเห็น 17 ก็พูดถึงวีรกรรมของล็อต "The good and righteous" ไปแล้วนี่ครับ

พอจะทราบแล้วใช่มั้ยครับ
จำไว้เลยว่า ศาสนาคริสต์ ให้ความรักได้ทุึกเพศ "ไม่บาป"
ศาสนาคริสต์ ไม่อนุญาติให้ xyz กันหากยังไม่ผ่านการแต่งงาน "ในทุกเพศ ไม่เลือกปฏิบัติ"
แต่..ศาสนาคริสต์ ไม่สามารถให้ ชายแต่งงานกับชายได้
ดังนั้น เกย์ในศาสนาคริสต์ สามารถรักกันได้แต่ห้ามมีอะไรกัน

--> รักกันได้ห้ามมีอะไรกัน Why? กฏแบบนี้ผิดธรรมชาติขนาดไหนลองดูบาทหลวงแคธอลิกเป็นตัวอย่างยังได้เลย ว่าเจอคดีละเมิดทางเพศบ่อยขนาดไหน

#34 By Repentant on 2008-08-21 23:48

เอา จม.รักมาลงก่อนดีกว่างับ..
อยากอ่านๆๆ.. >w<

ขอบคุณสำหรับความรู้มากมายในบล็อคของคุณนะงับ..big smile

#35 By kurakurakura on 2008-08-21 23:51

อ่านแล้วทะแม่ง มากๆเลย

โลต รักทูตสวรรค์มากกว่าลูกสาวของตนเหรอ เห็นแก่ทูตสวรรค์จนจะส่งลูกตนเองให้คนอื่นสมสู่
เป็นพ่อประสาอะไรวะ

แล้วใครกันแน่ที่เป็นเกย์หว่า

ได้ข่าวว่าพระเจ้าสร้างผู้ชายขึ้นมาเองนะ โฮะๆๆๆๆๆ
พระเจ้าควรพิจารณาตนเองนะคะ

#36 By gallantfoal on 2008-08-22 01:44

พุทธศาสนาไม่เคยมีบันทึกได้ที่แสดงให้เห็นถึงการแบ่งแยกชายหญิงเกย์เก้งตุ๊ดทอมดี้แต๋วต๊วบอะไรเลยนะผมว่า ทำไมศาสนาที่ดูใจกว้างอย่างศาสนาคริสท์ถึงได้มีบทบันทึกอะไรที่มันไร้เหตุผลแบบนี้

ความเห็นส่วนตัวของผมเป็นแบบนี้นะครับ ก่อนมีศาสนา-ศาสดา-พร้าเจ้า ก็มีผู้คนมาก่อนแล้ว ผู้คนเหล่านั้นแหละที่เกลียดเพศที่สามอยู่แล้ว เมื่อเกิดศาสดาขึ้น ศาสดาก็มาจากคนธรรมดานี่แหละ จึงเอาความเกลียดส่วนตัว มาบันทึกลงในคัมภีร์เพื่อให้คนคล้อยตาม

จะสังเหตุว่าศาสนาพุทไม่มี เพราะพระพุธเจ้านั้นละแล้วซึ่งรักโลภโกรธหลง จึงไม่มีความรังเกียจใดๆ อยู่ในบันทึกเลย



ปล.รึเปล่าวะembarrassed

#37 By เสกเรนเจอร์ on 2008-08-22 10:44

เคยได้ยินเพื่อนๆพูดมาเหมือนกันคับเรื่องนี้ นึกว่ามันล้อเล่นซะอีก

#38 By การ์ตูน (124.121.164.171) on 2008-08-22 11:56

อู้ว~ blog นี้กว่าจะเม้นได้ ต้อง refresh หลายทีจัง

อ่านข้อขัดแย้งจากความคิดทางคริสต์ตัวจริงแล้วยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่เลยค่ะ สรุปว่า ถ้าไม่แต่งงาน แล้วมีเซ็กส์ เป็นบาปทั้งสิ้นชิมะ? ถ้างั้น ลูกสาวของโลตที่ถูกพ่อตัวเองโยนให้ชาวโซดอมก็กลายเป็นคนบาปไปแล้วสินะ เพราะเธอก็คงถูกจับขึงพืดมีเซ็กส์โดยที่ไม่ได้ผ่านพิธีแต่งงานเหมือนกัน แล้วโลตที่เป็นคนสนับสนุนให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นล่ะ? บาปด้วยหรือเปล่า? หรือว่าบาปเฉพาะคนที่มีเซ็กส์เท่านั้น?

แล้วก็เคยอ่านจากคัมภีร์ของเพื่อนที่เป็นคริสต์ มีตอนที่ลูกสาวมอมเหล้าพ่อเพื่อหลอกล่อให้พ่อมีเซ็กส์ จะได้มีลูกด้วย อันนั้นเรียกว่าเป็นบาปหรือเปล่า? นั่นก็ไม่มีการแต่งงานเหมือนกันนี่? แถม incest อีก

ในศาสนาคริสต์เนี่ย การ incest ถือว่าบาปหรือเปล่า?

ถ้าผู้ชายรักกันได้ แต่มีเซ็กส์แล้วจะบาปเพราะไม่ได้แต่งงานกัน แล้วทำไมไม่อนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกันได้ล่ะ?

สรุป งง

#39 By K9 on 2008-08-22 12:18

งานนี้ต้องกลับค้น The Old Testament มาอ่านใหม่แล้วล่ะ ว่าเราอ่านข้ามไปได้อย่างไรว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หรือว่าพระคัมภีร์ในตุ่มริมทะเลสาบเดดซีให้ข้อมูลใหม่ๆ sad smile

ยังไงก็ยืนยันว่า โซดอมกับกอมเมอรา ถูกทำลายลงเพราะเลวทุกอย่างค่ะ ไม่ใช่เพราะว่าเมืองนี้เป็นเกย์ถึงได้ถูกทำลาย

ตอนนี้เราตีกันระหว่างเรื่องของโนอาห์กับเรื่องของโลตอยู่นะนี่

ในประวัติศาสตร์ มีคนถูกเผาเพราะเป็นเกย์ด้วยเหรอ ? จำไม่ค่อยได้แฮะ ?!

#40 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2008-08-22 13:33

ตอนเรียนดาวองก็ได้ยิน อ. แอบๆเล่าเรื่องนี้เหมือนกันเหอะๆ

ขอโหวดประวัติศาสตร์ไทยค่ะ อยากรู้ๆ cry Hot!

#41 By Catdoll Jin on 2008-08-22 14:36

ชอบ 555+
เรื่องแบบนี้ชอบ
555+
น่าสนใจ ได้ความรู้มากเลยค่ะ

เราเป็นสมาชิก exteen ใหม่น๊า
ว่างๆ มาทักทายเราบ้างนะ
ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณค่ะdouble wink
เป็นเก กีกว่าเปนเกเร เนอะ
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
กีดกันทางเพศ! แย่จังเลย

โหย ลึกซึ้งมากข้อมูลเยอะจังลงอีกๆๆจะตามอ่านค่ะ น่าสนุก กี้ดๆวายๆ เอิ้กๆ

#46 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-08-22 23:26

คัมภีร์ไบเบิ้ลนะ ม่ายช่ายคัมภีร์อกุรอาน

น่านมานของศาสนาอื่นแล้วหล่า

#47 By mochii-pochii on 2008-08-23 02:33

/me หลงเข้ามา เเล้วพบว่าเนื้อหาถูกใจจอร์จมากฮ่า
ขอเเอดเลยล่ะกันน่ะฮะ

ปล. เด๋วไปอ่านจม.รักซามูไรดีกว่า~

Hot!

#48 By Mayu! 169สึดยอด! on 2008-08-23 14:21

อ่านดูแล้วรู้สึกว่า "รักร่วมเพศ" ไม่ผิด แต่พวก "มักมากในกาม" ต่างหากที่ผิด เป็นผลทำให้ "รักร่วมเพศ" ถูกมองว่าผิดไปด้วย

#49 By ++ r o s i f i x ++ on 2008-08-23 19:30

อืม เป็นความรู้ที่ดีมากเลยค่ะ

แล้วจะมาอ่านบ่อยๆ นะคะ

#50 By ~skye~.....^_^.... on 2008-08-24 22:39

เกย์ผิดตรงไหนอ่ะ

โรคเอดส์ไม่ใช่โรคที่เป็ฯเฉพาะในเกย์ซะหน่อย

ชายจริงหญิงแท้ที่ร่านๆก็เป็นเยอะถามไป

#52 By Hiromuka on 2008-11-04 19:21

อ๊ากกกกก อาจารย์เค้าเป็นคนเขียนบทความโฮก
ทำมายข้าพเจ้าไม่เคยอ่าน