มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับสังคม ดังนั้นการถูกประเมิน ไม่ว่าจะโดยตนเองหรือคนอื่นในสังคม ว่าดีหรือเลว ถูกหรือผิด เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม จึงมีผลต่อสภาวะจิตของบุคคลไม่มากก็น้อย พฤติกรรมทางเพศเป็นสิ่งหนึ่งที่คนในสังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับความปกติหรือผิดปกติ

อะไรเป็นเครื่องแบ่งแยกความปกติ และผิดปกติ ?

โดยทั่วไป การจะบอกว่าพฤติกรรมใดปกติหรือผิดปกติ อาศัยหลักพยาธิสภาพ สถิติ ศีลธรรม และกฎหมาย เป็นเครื่องแบ่งแยก พฤติกรรมทางเพศก็เช่นเดียวกันอาจใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเครื่องจำแนก เช่น การสำส่อนทางเพศที่เกิดเพราะปัญญาอ่อน พยาธิสภาพจึงเป็นความผิดปกติรักร่วมเพศเป็นพฤติกรรมของคนส่วนน้อย ดังนั้นในแง่สถิติจึงถือว่าผิดปกติเช่นเดียวกัน การใช้กำลังบังคับ การทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายเพื่อความสุขทางเพศของตน หรือการนอกใจคู่สมรส เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมในขณะที่การละเมิดทางเพศและการทำอนาจารเป็นความผิดตามกฎหมาย ทั้งสองกรณีจึงเป็นความผิดปกติด้วย

นอกจากนั้นความปกติหรือผิดปกติยังเกี่ยวข้องกับขนมธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละสังคม ตลอดจนคำสอนของศาสนาและเจตคติของคนในแต่ละยุคสมัย

ตัวอย่างเช่น ชาวเอสกิโมบางเผ่าถือว่าการให้ภรรยาไปนอน (ร่วมเพศ) กับแขกที่มาเยือนเป็นการต้อนรับที่ดี ในขณะที่คนชาติอื่นไม่ทำกัน การเปลี่ยนสามีภรรยากันเป็นครั้งคราวสำหรับชาวยุโรปและชาวอเมริกันก็เป็นที่ยอมรับ เพราะสามารถลงโฆษณาแจ้งความประสงค์ทางหนังสือพิมพ์ได้อย่างเปิดเผย คนบางเผ่าที่อาศัยอยู่แถบหมู่เกาะทะเลใต้ โดยเฉพาะพวกหัวหน้าเผ่าถือว่าการแต่งงานระหว่างพี่น้องหรือเครือญาติใกล้ชิดเป็นความจำเป็นในการสืบสานเลือดหรือวงศ์ตระกูลของตน ในขณะที่ชาวโลกส่วนใหญ่เห็นว่าน่ารังเกียจ ตัวอย่างดังกล่าวแสดงว่าประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมมีส่วนในการกำหนดว่าพฤติกรรมใดปกติหรือผิดปกติ

บางศาสนา เช่น ศาสนาฮีบรูว์ของยิวและศาสนาคริสต์ สอนว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำและเป็นความผิด ในขณะที่ศาสนาอื่นไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้ ศาสนาฮินดูถือว่าการร่วมเพศระหว่างประจำเดือนเป็นบาป แต่ศาสนาอื่นไม่ถือเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดี การที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมร่วมเพศในระยะนี้ก็เพราะว่าสกปรกเลอะเทอะ และหญิงอาจมีความเสี่ยงต่อการติดโรคมากกว่าระยะอื่น นอกจากนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีอารมณ์เพศในระยะมีประจำเดือน

ยุคสมัยหรือกาลเวลาก็มีความเกี่ยวข้องกับความปกติหรือผิดปกติของพฤติกรรมทางเพศ เช่น ในยุโรป ยุคกรีก และยุคโรมัน (800 ปีก่อนคริสตกาล) รักร่วมเพศถือเป็นการแสดงความรักที่สูงส่งแต่พอมาถึงยุคคริสต์ศาสนา (คริสต์ - ศตวรรษที่ 5 - 15) กลับเห็นว่าเป็นสิ่งเลว สิ่งชั่ว หรือเป็นพฤติกรรมของภูตฝีปีศาจ และปัจจุบันเริ่มหันมายอมรับว่าเป็นสิ่งปกติอีกครั้ง คนอินเดียในสมัยโบราณยกย่องนางคณิกา (โสเภณี) ว่าเป็นครูชำนาญการสอนเรื่องเพศแก่บุรุษ แต่ปัจจุบันหญิงเหล่านี้ถูกประณามจากสังคมว่าเป็นหญิงชั่วหรือหญิงต่ำทราม

พฤติกรรมทางเพศที่จัดว่าผิดปกติทางการแพทย์

นอกจากแนวทางในการจำแนกความปกติและผิดปกติดังที่กล่าวแล้ว ทางการแพทย์ก็มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันโดยกำหนดว่า พฤติกรรมหรือกิจกรรมทางเพศที่มิได้กระทำกับมนุษย์ ที่รุนแรงจนทำให้ตนเองหรือคู่ร่วมเพศบาดเจ็บหรือเสียศักดิ์ศรี และที่กระทำต่อเด็กหรือผู้ที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ เป็นสิ่งที่ผิดปกตินอกจากนั้นยังถือว่าพฤติกรรมทางเพศแบบใดๆ ก็ตามที่นำมาใช้ทดแทนการร่วมเพศด้วยองคชาตและช่องคลอดระหว่างชายกับหญิงก็ผิดปกติเช่นกัน

ดังนั้น การข่มขืนกระทำชำเรา (Rape) เพศสัมพันธ์กับเด็ก (Pedophilia) เพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลร่วมสายโลหิต (Incest) การมีความสุขทางเพศจากการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด (Sasism) และการมีความสุขทางเพศจากการได้รับความเจ็บปวด (Masochism) จึงผิดปกติ การมีความสุขทางเพศกับส่วนของร่างกายหรือวัตถุซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเพศตรงกันข้าม เช่น เส้นผม เล็บ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ แทนที่จะเป็นตัวคน (Fetishism) การมีความสุขจากการแอบดูเพศตรงข้ามเปลือยกายขับถ่ายหรือหญิงชายร่วมเพศกัน (Voyeurism) รวมทั้งการมีความสุขจากการอวดอวัยวะเพศของตนแก่เพศตรงกันข้ามที่ไม่เต็มใจจะดู (Exhibitonism) พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนผิดปกติ

หญิงชายบางคู่มีความสุขจากการใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศซึ่งกันและกัน (Cunnilingus และ Fellatio) หรือมีความสุขจากการร่วมเพศทางทวารหนัก (Sodomy) แทนการร่วมเพศด้วยองคชาตและช่องคลอด คนบางคนมีความสุขจากการร่วมเพศกับสัตว์หรือศพ (Zoophilia หรือ Necrophilia) แทนที่จะเป็นเพศตรงกันข้ามเช่นคนทั่วไป กรณีเหล่านี้ก็ผิดปกติเช่นกัน พฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติตามหลักการแพทย์ยังมีอีกมากมาย และคนบางคนอาจมีความผิดปกติหลายๆ อย่างซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ กัน แต่คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหามักไม่ต้องการรักษาเพราะการร่วมเพศอย่างปกติระหว่างชายกับหญิงอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดหรือให้ความสุขน้อยกว่า

สิ่งผิดปกติที่ถือว่าปกติ
  พฤติกรรมทางเพศบางอย่างที่จัดว่าผิดปกติดังที่กล่าวข้างต้นอาจไม่ถือว่าผิดปกติถ้าเป็นการกระทำเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศก่อนร่วมเพศ หรือเป็นเพียงจินตนาการเพื่อเร้าอารมณ์เพศให้ถึงจุดสุดยอดจากการ่วมเพศได้ง่ายขึ้น เช่น การดูภาพยนตร์หรือหนังสือลามก และการฟังเซ็กซ์โฟนก่อนมีเพศสัมพันธ์ การจินตนาการว่าตนถูกข่มขืน ได้ข่มขืน หรือร่วมเพศหมู่ ฯลฯ ขณะมีเพศสัมพันธ์ กรณีดังกล่าวนี้ไม่ถือว่าผิดปกติ

หญิงชายจำนวนไม่น้อยใช้ปากกับอวัยวะเพศเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศก่อนการร่วมเพศ บางคนร่วมเพศทางทวารหนักเพื่อลดความจำเจ แต่ไม่ใช่เพื่อทดแทนการร่วมเพศทางช่องคลอด ทั้งสองกรณีจัดอยู่ในกระบวนการประเล้าประโลมทางเพศ ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติเช่นกัน อย่างไรก็ดี พฤติกรรมทางเพศที่ล่อแหลมต่อความรู้สึกผิดหรือวิปริต ควรได้รับความเห็นชอบจากคู่ร่วมเพศก่อนกระทำเสมอ จึงจะไม่เกิดปัญหา

พฤติกรรมบางอย่างอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์


พฤติกรรมทางเพศเป็นเรื่องของคนสองคน และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในที่รโหฐานไม่มีผู้อื่นรู้เห็น ดังนั้นการกระทำที่คนทั่วไปถือว่าผิดปกติอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับคนคู่นั้น เช่น ชายที่เป็นลักเพศ (Transvestism) ต้องสวมใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้ามขณะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาจึงจะมีความสุข กรณีเช่นนี้ ถ้าภรรยาเข้าใจและยอมรับ กิจกรรมทางเพศย่อมดำเนินไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตสมรส และทั้งคู่ก็สามารถมีความสุขจากการร่วมเพศได้

คนที่มีความสุขทางเพศจากการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด (Sadist) ถ้าได้คู่ครองหรือคู่ร่วมเพศที่มีความสุขทางเพศเมื่อตนได้รับความเจ็บปวด (Masochist) ก็อาจร่วมชีวิตกันได้อย่างราบรื่นและมีความสุข จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการบอกว่าพฤติกรรมหรือกิจกรรมทางเพศแบบใดปกติหรือผิดปกติต้องพิจารณาในหลายๆ ด้าน ได้แก่ เรื่องของศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม กฎระเบียบของสังคมหรือกฎหมาย แนวคิดทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ รวมทั้งเจตคติของแต่ละบุคคลต่อพฤติกรรมนั้นๆ

ประการสำคัญ แต่ละบุคคลที่ยังข้องเกี่ยวกับเพศควรพิจารณาพฤติกรรมของตนอย่างมีเหตุผล และหาคำตอบให้ได้ว่าสิ่งที่ตนกระทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีผลกระทบต่อตนเองและสังคมมากน้อยเพียงใด แล้วหาทางเลือกให้ดีที่สุดสำหรับตนเองและสังคมที่ตนต้องเกี่ยวข้อง ถ้าทำได้เช่นนี้ ช่องว่างระหว่างความปกติและผิดปกติก็คงจะแคบลงไปมากทีเดียว

ที่มา http://www.healthnet.in.th/text/forum1/sex_life/sex[16].html

ไปๆ มาๆ ทำไมบล็อกนี้มันเกี่ยวกับเรื่องเพศทั้งนั้นเลยเนี่ย = =!!!!!!!

เอ่อ อ่า... ออกตัวก่อนว่าที่เอาบทความนี้มาเพราะเห็นหลายเอนทรี่เถียงกันว่าแบบนั้นผิด แบบนี้ไม่ดี ความคิดแบบนั้นไม่ถูกต้อง ทำไมถึงแบบนั้น ทำไมถึงแบบนี้ ก็เลยเอาบทความนี้มาให้อ่าน เพื่อให้เข้าใจกันว่า มาตรฐานการมองแต่ละคนต่างกัน ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก ไม่มีสีขาว ไม่มีสีดำ ทุกอย่างล้วนมีสีสัน และสีสันทุกอย่างก็รวมกันเป็นสังคม ดังนั้น เปิดใจกว้างๆ และถกกันด้วยเหตุผลค่ะ

ชอบที่หลายๆ คนแสดงความเห็นมากค่ะ เหมือนได้เห็นมุมมองของคนอื่นๆ หลักความคิดเหตุผลอื่นๆ และได้เห็นหลายๆ อย่างที่เราอาจมองข้ามไป ขอบคุณที่ทำให้บล็อกนี้มีสีสันค่ะ ^ ^ /

คราวหน้าจะขุดคุ้ยเรื่องคนดังในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โอดะโนบุนางะค่า ^0^ / 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จริงๆ นะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่มีขาวไม่มีดำหรอก
ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน
อยู่ที่ใจใครจะมองว่ายังไง แค่นั้นเอง เนอะ open-mounthed smile

#1 By MANA Cross on 2008-08-26 08:56

ชอบบล็อกนี้ค่ะ แอบแอด fav. ไว้ได้สักอาทิตย์นึง แอบเข้ามาอ่านเรื่อยๆ แต่ไม่มีเวลาทักทาย ยังไม่ได้อ่านเอนทรี่เก่าๆ นะคะ

แต่ถ้ามีเวลาจะมาติดตามค่า ^^

#2 By fayfena on 2008-08-26 14:04

เท่าที่ดู เรื่อง Y เยอะนะ หุๆๆ
แค่ชอบ ก็ พอ confused smile


ถ้าทำแล้วไม่เดือดร้อนชาวบ้านอานะ

#4 By herenoi on 2008-08-26 15:43

มันเป็นเรื่องของคนสองคน(หรือมากกว่าopen-mounthed smile) คนเราบางทีก็กำหนดอะไรไว้มาก แต่พอถึงเวลาก็ไม่ได้ทำตามแผนซะงั้น เพราะบางทีในแผนไม่ได้รวมความชอบของอีกฝ่ายไว้ด้วย 55+ จะเห็นได้จากว่าบางคู่ตอนรักก็จี๋จ๋าสุดๆ แต่ผ่านไปไม่นาน เลิกกันซะงั้น... ต่างจากบางคู่ที่รักกันอย่างเนือยๆ(?) แต่ก็อยู่กันมายืดเป็นหลายสิบปี

แต่คู่ S ที่ได้กับ M นี่คงชีวิตมีความสุขน่าดู open-mounthed smile แต่ถ้าเป็น S หรือ M ทั้งคู่คงจะไปกันไม่รอดอย่างชัวร์ (อาจลุกลามจนต้องมีมือที่ 3 มาช่วย)

เอ๊ะ พิมพ์อะไรลงไป sad smile เอาเป็นว่าจะรออ่านเอนทรี่หน้านะคะ cry ชอบโอดะ โนบุนางะ เป็นการส่วนตัว ฮาๆๆๆๆ

#5 By LUMiN on 2008-08-26 16:50

งั้นถ้าคนส่วนใหญ่เป็นรักร่วมเพศ
คนที่ไม่ใช่รักร่วมเพศก็กลายเป็นผิดปกติแทน

มันขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่อ่ะเนอะที่เห็นว่าอย่างไหนดี ซึ่งบางทีมันอาจไม่ดีจริงๆ- -"(ชักมึน)
เอาว่าบลอคนี้สาระเยอะดี(รึเราชอบแบบนี้หว่า)
Hot! Hot!

#6 By Joongie_pic[PiicRotiC] on 2008-08-26 16:53

มานั่งอ่านความรู้ ขอแอดนะคะ

เรื่อง Y เดี๋ยวนี้เขาจัดเป็นเรื่อง "รสนิยม" ไปแล้วนิ แต่ก็มีคนที่ต่อต้านไม่เห็นด้วยเยอะนะ ส่วนใหญ่ก็เิกิดจากค่านิยมที่ปลูกฝั่งมาว่า Y ไม่ดี Y ผิดปกติ

ความคิดเราถ้าเป็น "รัก" ไม่ใช่ "ใคร่" เป็นเรื่องดีๆ ของบุคคลนั้นๆ มากกว่า เรื่องนี้แล้วแต่ใครจะคิด sad smile

#7 By Lily Pixel on 2008-08-26 17:27

ความรู้เยอะแยะเลยฮะขอบคุณนะฮะ^ ^

#8 By ~(mik_cos)~ on 2008-08-26 17:46

โลกเราไม่มีขาว-ดำหรอกค่ะ มีแต่สีเทา
ความเป็นทวิลักษณ์เป็นพื้นฐานของโลก
สิ่งต่างๆย่อมมีสิ่งที่คู่กันเสมอ

เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน ต่างคนต่างความคิด ไม่มีผิด ไม่มีถูกหรอกค่ะ

#9 By †:.Sesary.:† on 2008-08-26 18:57

แหมถ้าไม่มีเรื่องเพศมนุษย์ก็ไม่ได้สืบพันธุ์สิจ๊ะ sad smile
(จะรออ่านประวัติศาสตร์ต่อจ้า)question

#10 By Natzagear on 2008-08-26 19:14

ถ้าเราชอบอะไรแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

มันก็ไม่ผิดหรอกค่ะbig smile
เข้ามาเพราะหัวข้อนี้โดยแท้...

"หัวข้อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง คนหื่น ๆ เข้ามาทึ่งเกินกว่าค่อน"

ก๊ากกกก (^A^)
งั้นถ้าสาววายในสังคม exteen มีกันอยู่เยอะ ก็แสดงว่าความวายไม่ใช่สิ่งผิดปกติสินะเคอะ confused smile

#13 By ++ r o s i f i x ++ on 2008-08-26 23:01

ดีใจ
เราไม่ผิดปกติ 5555

#14 By ฉันคือรั้ว on 2008-08-26 23:14


เรื่องเอสกิโมนี่เพิ่งเคยเห็นอ่ะท่านรอง = =!!!


แต่ว่านะ
เรื่องแบบนี้ ก็อย่างที่บอกว่ารสนิยมเรื่องเพศ
ใครจะนิยมแบบไหน ต่างกันยังไง มันผิดเหรอ ?

เรากีดกั้นเสรีภาพด้วยการสร้างคำว่าเพศยังไม่พออีกหรือ ?


//ง่วงล่ะ *-*

#15 By . . . !-| a s u . . . on 2008-08-26 23:58

Hot! Hot! ดาวฮะ confused smile
เพราะว่าชอบเอนทรีนี้ มีสาระ~

#16 By hikaru on 2008-08-27 01:04

เรื่องเพศเป็นเรื่องรสนิยมค๊าบ

ไม่มีผิดมีถูก

#17 By การ์ตูน (124.121.160.83) on 2008-08-27 14:20

เรื่องยังงี้ออกหัวหรือก้อยก็ได้คับ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ขอแค่อย่าไปทำความเดือดร้อนให้ใครก็พอ (ข่มขืน หรืออะไรทำนองนี้)big smile big smile

#18 By Googigg on 2008-08-27 14:25

เรื่องเดือดร้อนไม่เดือดร้อน จริงๆก็เป็นเรื่องของค่านิยมและความเห็นของตัวเองเหมือนกันน่ะครับ
เรื่องอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับค่านิยม สังคมของแต่ละทีล่ะคะ

#20 By ~memay~ on 2008-08-27 17:22

ความผิดปกติทางเพศอยู่ที่ไหน
ไม่มีความต้องการทางเพศสิผิดปกติ
---
จำมาจากละครทีวีเรื่องนึงนะครับ

#21 By อั้นโนะ on 2008-08-27 20:17

ผิดปกตินอกจากทางเพศก็มีนะครับท่าน เอามาลงได้เน้อ

#22 By on 2008-08-27 23:46

เอ่..เราไมได้ผิดปกตทางเพศนี่หว่า :)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile

เง้อ !... ไม่ไปหาหมอดีกว่า เดี๋ยวเสียความ "ผิดปกติ" big smile
อืมมมม เรื่องแบบนี้.....
ถ้าไม่ผิดกฏหมาย ไม่ผิดศีลธรรมจริง ๆ
ไม่เดือดร้อนใคร ก็ปล่อยเค้าไปเถ้อะ sad smile

ปล. ไม่ผิดปกติแฮะ 55555

#26 By Buffo on 2008-08-28 14:19