พฤติกรรมทางเพศแบบใด ปกติ หรือผิดปกติ
posted on 26 Aug 2008 08:40 by blackrain
มนุษย์ต้องเกี่ยวข้องกับสังคม ดังนั้นการถูกประเมิน ไม่ว่าจะโดยตนเองหรือคนอื่นในสังคม ว่าดีหรือเลว ถูกหรือผิด เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม จึงมีผลต่อสภาวะจิตของบุคคลไม่มากก็น้อย พฤติกรรมทางเพศเป็นสิ่งหนึ่งที่คนในสังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับความปกติหรือผิดปกติ
อะไรเป็นเครื่องแบ่งแยกความปกติ และผิดปกติ ?
โดยทั่วไป การจะบอกว่าพฤติกรรมใดปกติหรือผิดปกติ อาศัยหลักพยาธิสภาพ สถิติ ศีลธรรม และกฎหมาย เป็นเครื่องแบ่งแยก พฤติกรรมทางเพศก็เช่นเดียวกันอาจใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเครื่องจำแนก เช่น การสำส่อนทางเพศที่เกิดเพราะปัญญาอ่อน พยาธิสภาพจึงเป็นความผิดปกติรักร่วมเพศเป็นพฤติกรรมของคนส่วนน้อย ดังนั้นในแง่สถิติจึงถือว่าผิดปกติเช่นเดียวกัน การใช้กำลังบังคับ การทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายเพื่อความสุขทางเพศของตน หรือการนอกใจคู่สมรส เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมในขณะที่การละเมิดทางเพศและการทำอนาจารเป็นความผิดตามกฎหมาย ทั้งสองกรณีจึงเป็นความผิดปกติด้วย
นอกจากนั้นความปกติหรือผิดปกติยังเกี่ยวข้องกับขนมธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละสังคม ตลอดจนคำสอนของศาสนาและเจตคติของคนในแต่ละยุคสมัย
ตัวอย่างเช่น ชาวเอสกิโมบางเผ่าถือว่าการให้ภรรยาไปนอน (ร่วมเพศ) กับแขกที่มาเยือนเป็นการต้อนรับที่ดี ในขณะที่คนชาติอื่นไม่ทำกัน การเปลี่ยนสามีภรรยากันเป็นครั้งคราวสำหรับชาวยุโรปและชาวอเมริกันก็เป็นที่ยอมรับ เพราะสามารถลงโฆษณาแจ้งความประสงค์ทางหนังสือพิมพ์ได้อย่างเปิดเผย คนบางเผ่าที่อาศัยอยู่แถบหมู่เกาะทะเลใต้ โดยเฉพาะพวกหัวหน้าเผ่าถือว่าการแต่งงานระหว่างพี่น้องหรือเครือญาติใกล้ชิดเป็นความจำเป็นในการสืบสานเลือดหรือวงศ์ตระกูลของตน ในขณะที่ชาวโลกส่วนใหญ่เห็นว่าน่ารังเกียจ ตัวอย่างดังกล่าวแสดงว่าประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมมีส่วนในการกำหนดว่าพฤติกรรมใดปกติหรือผิดปกติ
บางศาสนา เช่น ศาสนาฮีบรูว์ของยิวและศาสนาคริสต์ สอนว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำและเป็นความผิด ในขณะที่ศาสนาอื่นไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้ ศาสนาฮินดูถือว่าการร่วมเพศระหว่างประจำเดือนเป็นบาป แต่ศาสนาอื่นไม่ถือเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดี การที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมร่วมเพศในระยะนี้ก็เพราะว่าสกปรกเลอะเทอะ และหญิงอาจมีความเสี่ยงต่อการติดโรคมากกว่าระยะอื่น นอกจากนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีอารมณ์เพศในระยะมีประจำเดือน
ยุคสมัยหรือกาลเวลาก็มีความเกี่ยวข้องกับความปกติหรือผิดปกติของพฤติกรรมทางเพศ เช่น ในยุโรป ยุคกรีก และยุคโรมัน (800 ปีก่อนคริสตกาล) รักร่วมเพศถือเป็นการแสดงความรักที่สูงส่งแต่พอมาถึงยุคคริสต์ศาสนา (คริสต์ - ศตวรรษที่ 5 - 15) กลับเห็นว่าเป็นสิ่งเลว สิ่งชั่ว หรือเป็นพฤติกรรมของภูตฝีปีศาจ และปัจจุบันเริ่มหันมายอมรับว่าเป็นสิ่งปกติอีกครั้ง คนอินเดียในสมัยโบราณยกย่องนางคณิกา (โสเภณี) ว่าเป็นครูชำนาญการสอนเรื่องเพศแก่บุรุษ แต่ปัจจุบันหญิงเหล่านี้ถูกประณามจากสังคมว่าเป็นหญิงชั่วหรือหญิงต่ำทราม
พฤติกรรมทางเพศที่จัดว่าผิดปกติทางการแพทย์
นอกจากแนวทางในการจำแนกความปกติและผิดปกติดังที่กล่าวแล้ว ทางการแพทย์ก็มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันโดยกำหนดว่า พฤติกรรมหรือกิจกรรมทางเพศที่มิได้กระทำกับมนุษย์ ที่รุนแรงจนทำให้ตนเองหรือคู่ร่วมเพศบาดเจ็บหรือเสียศักดิ์ศรี และที่กระทำต่อเด็กหรือผู้ที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ เป็นสิ่งที่ผิดปกตินอกจากนั้นยังถือว่าพฤติกรรมทางเพศแบบใดๆ ก็ตามที่นำมาใช้ทดแทนการร่วมเพศด้วยองคชาตและช่องคลอดระหว่างชายกับหญิงก็ผิดปกติเช่นกัน
ดังนั้น การข่มขืนกระทำชำเรา (Rape) เพศสัมพันธ์กับเด็ก (Pedophilia) เพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลร่วมสายโลหิต (Incest) การมีความสุขทางเพศจากการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด (Sasism) และการมีความสุขทางเพศจากการได้รับความเจ็บปวด (Masochism) จึงผิดปกติ การมีความสุขทางเพศกับส่วนของร่างกายหรือวัตถุซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเพศตรงกันข้าม เช่น เส้นผม เล็บ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ แทนที่จะเป็นตัวคน (Fetishism) การมีความสุขจากการแอบดูเพศตรงข้ามเปลือยกายขับถ่ายหรือหญิงชายร่วมเพศกัน (Voyeurism) รวมทั้งการมีความสุขจากการอวดอวัยวะเพศของตนแก่เพศตรงกันข้ามที่ไม่เต็มใจจะดู (Exhibitonism) พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนผิดปกติ
หญิงชายบางคู่มีความสุขจากการใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศซึ่งกันและกัน (Cunnilingus และ Fellatio) หรือมีความสุขจากการร่วมเพศทางทวารหนัก (Sodomy) แทนการร่วมเพศด้วยองคชาตและช่องคลอด คนบางคนมีความสุขจากการร่วมเพศกับสัตว์หรือศพ (Zoophilia หรือ Necrophilia) แทนที่จะเป็นเพศตรงกันข้ามเช่นคนทั่วไป กรณีเหล่านี้ก็ผิดปกติเช่นกัน พฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติตามหลักการแพทย์ยังมีอีกมากมาย และคนบางคนอาจมีความผิดปกติหลายๆ อย่างซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ กัน แต่คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหามักไม่ต้องการรักษาเพราะการร่วมเพศอย่างปกติระหว่างชายกับหญิงอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดหรือให้ความสุขน้อยกว่า
สิ่งผิดปกติที่ถือว่าปกติ
พฤติกรรมทางเพศบางอย่างที่จัดว่าผิดปกติดังที่กล่าวข้างต้นอาจไม่ถือว่าผิดปกติถ้าเป็นการกระทำเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศก่อนร่วมเพศ หรือเป็นเพียงจินตนาการเพื่อเร้าอารมณ์เพศให้ถึงจุดสุดยอดจากการ่วมเพศได้ง่ายขึ้น เช่น การดูภาพยนตร์หรือหนังสือลามก และการฟังเซ็กซ์โฟนก่อนมีเพศสัมพันธ์ การจินตนาการว่าตนถูกข่มขืน ได้ข่มขืน หรือร่วมเพศหมู่ ฯลฯ ขณะมีเพศสัมพันธ์ กรณีดังกล่าวนี้ไม่ถือว่าผิดปกติ
หญิงชายจำนวนไม่น้อยใช้ปากกับอวัยวะเพศเพื่อกระตุ้นอารมณ์เพศก่อนการร่วมเพศ บางคนร่วมเพศทางทวารหนักเพื่อลดความจำเจ แต่ไม่ใช่เพื่อทดแทนการร่วมเพศทางช่องคลอด ทั้งสองกรณีจัดอยู่ในกระบวนการประเล้าประโลมทางเพศ ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติเช่นกัน อย่างไรก็ดี พฤติกรรมทางเพศที่ล่อแหลมต่อความรู้สึกผิดหรือวิปริต ควรได้รับความเห็นชอบจากคู่ร่วมเพศก่อนกระทำเสมอ จึงจะไม่เกิดปัญหา
พฤติกรรมบางอย่างอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์
พฤติกรรมทางเพศเป็นเรื่องของคนสองคน และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในที่รโหฐานไม่มีผู้อื่นรู้เห็น ดังนั้นการกระทำที่คนทั่วไปถือว่าผิดปกติอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับคนคู่นั้น เช่น ชายที่เป็นลักเพศ (Transvestism) ต้องสวมใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้ามขณะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาจึงจะมีความสุข กรณีเช่นนี้ ถ้าภรรยาเข้าใจและยอมรับ กิจกรรมทางเพศย่อมดำเนินไปได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาในชีวิตสมรส และทั้งคู่ก็สามารถมีความสุขจากการร่วมเพศได้
คนที่มีความสุขทางเพศจากการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด (Sadist) ถ้าได้คู่ครองหรือคู่ร่วมเพศที่มีความสุขทางเพศเมื่อตนได้รับความเจ็บปวด (Masochist) ก็อาจร่วมชีวิตกันได้อย่างราบรื่นและมีความสุข จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการบอกว่าพฤติกรรมหรือกิจกรรมทางเพศแบบใดปกติหรือผิดปกติต้องพิจารณาในหลายๆ ด้าน ได้แก่ เรื่องของศีลธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม กฎระเบียบของสังคมหรือกฎหมาย แนวคิดทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ รวมทั้งเจตคติของแต่ละบุคคลต่อพฤติกรรมนั้นๆ
ประการสำคัญ แต่ละบุคคลที่ยังข้องเกี่ยวกับเพศควรพิจารณาพฤติกรรมของตนอย่างมีเหตุผล และหาคำตอบให้ได้ว่าสิ่งที่ตนกระทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีผลกระทบต่อตนเองและสังคมมากน้อยเพียงใด แล้วหาทางเลือกให้ดีที่สุดสำหรับตนเองและสังคมที่ตนต้องเกี่ยวข้อง ถ้าทำได้เช่นนี้ ช่องว่างระหว่างความปกติและผิดปกติก็คงจะแคบลงไปมากทีเดียว
ที่มา http://www.healthnet.in.th/text/forum1/sex_life/sex[16].html
ไปๆ มาๆ ทำไมบล็อกนี้มันเกี่ยวกับเรื่องเพศทั้งนั้นเลยเนี่ย = =!!!!!!!
เอ่อ อ่า... ออกตัวก่อนว่าที่เอาบทความนี้มาเพราะเห็นหลายเอนทรี่เถียงกันว่าแบบนั้นผิด แบบนี้ไม่ดี ความคิดแบบนั้นไม่ถูกต้อง ทำไมถึงแบบนั้น ทำไมถึงแบบนี้ ก็เลยเอาบทความนี้มาให้อ่าน เพื่อให้เข้าใจกันว่า มาตรฐานการมองแต่ละคนต่างกัน ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก ไม่มีสีขาว ไม่มีสีดำ ทุกอย่างล้วนมีสีสัน และสีสันทุกอย่างก็รวมกันเป็นสังคม ดังนั้น เปิดใจกว้างๆ และถกกันด้วยเหตุผลค่ะ
ชอบที่หลายๆ คนแสดงความเห็นมากค่ะ เหมือนได้เห็นมุมมองของคนอื่นๆ หลักความคิดเหตุผลอื่นๆ และได้เห็นหลายๆ อย่างที่เราอาจมองข้ามไป ขอบคุณที่ทำให้บล็อกนี้มีสีสันค่ะ ^ ^ /
คราวหน้าจะขุดคุ้ยเรื่องคนดังในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โอดะโนบุนางะค่า ^0^ /
) คนเราบางทีก็กำหนดอะไรไว้มาก แต่พอถึงเวลาก็ไม่ได้ทำตามแผนซะงั้น เพราะบางทีในแผนไม่ได้รวมความชอบของอีกฝ่ายไว้ด้วย 55+ จะเห็นได้จากว่าบางคู่ตอนรักก็จี๋จ๋าสุดๆ แต่ผ่านไปไม่นาน เลิกกันซะงั้น... ต่างจากบางคู่ที่รักกันอย่างเนือยๆ(?) แต่ก็อยู่กันมายืดเป็นหลายสิบปี
เอาเป็นว่าจะรออ่านเอนทรี่หน้านะคะ
ชอบโอดะ โนบุนางะ เป็นการส่วนตัว ฮาๆๆๆๆ

ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน
อยู่ที่ใจใครจะมองว่ายังไง แค่นั้นเอง เนอะ
#1 By MANA Cross on 2008-08-26 08:56